Standing Waves of Sound in an Air Column · ใช้ส้อมเสียงและหลอดในกระบอกน้ำหาความเร็วเสียง
| # | f (Hz) จริง / วัด |
λ (m) มาตรฐาน / วัด |
L₁ (m) | L₂ (m) |
error | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ยังไม่มีข้อมูล — เริ่มบันทึก L ค่าแรกได้เลย | ||||||
ตามภาพอ้างอิงต้องเตรียม:
L₁L₂หากนักเรียนต้องการเปรียบเทียบหรือตรวจสอบผลของตนเอง:
| TRIAL | 1 | 2 |
|---|---|---|
| ความถี่ส้อมเสียง f (Hz) | 512 | 384 |
| L1 — ความยาวคอลัมน์อากาศเมื่อเกิด antinode (m) | 0.152 | 0.210 |
| L2 — antinode ถัดไป (m) | 0.481 | 0.664 |
| λ = 2(L₂ − L₁) (m) | 0.658 | 0.908 |
| v = f·λ (m/s) | 336.9 | 348.7 |
การคำนวณตัวอย่าง:
📤 กดปุ่ม "📥 Export CSV" เพื่อบันทึกตารางลง Excel/Sheets ทำรายงาน
กระบอกในการทดลองนี้มี ผิวน้ำเป็นปลายปิด ด้านล่างและ ปลายเปิด ด้านบน เมื่อส้อมเสียงสั่นเหนือปากหลอด คลื่นเสียงจะเดินทางลงไปสะท้อนที่ผิวน้ำกลับขึ้นมาซ้อนทับกับคลื่นตกกระทบ เกิดเป็น คลื่นนิ่ง (standing wave)
ความยาวอากาศที่ทำให้เกิดเรโซแนนซ์:
ระยะระหว่าง 2 ตำแหน่งเรโซแนนซ์ติดกัน:
→ จึงคำนวณ λ = 2·ΔL = 2(L₂ − L₁)
คลื่นเสียงทุกชนิดเชื่อม ความถี่ กับ ความยาวคลื่น ผ่านอัตราเร็วของเสียงในตัวกลาง:
กราฟแสดงคลื่นนิ่ง (displacement amplitude vs ตำแหน่ง):
เส้นทึบ: แอมพลิจูดของการกระจัด · เส้นประ: คลื่นเสียงในขณะหนึ่ง · จุดสีแดง: antinode · จุดสีเขียว: node
อัตราเร็วของเสียงในอากาศแห้งขึ้นกับอุณหภูมิ (T เป็น °C):
เช่น ที่ T = 22 °C: v ≈ 331.4 + 13.2 = 344.6 m/s
หรือสูตรที่แม่นกว่า (อุณหภูมิสัมบูรณ์ K): v = 331.4·√(TK/273.15)
จริง ๆ แล้ว antinode ของอากาศไม่ได้อยู่ตรงปากหลอดพอดี แต่อยู่เหนือปากเล็กน้อย เป็นระยะ:
ดังนั้นความยาวเรโซแนนซ์ตำแหน่งแรก L1 + e = λ/4
เหตุผลที่ต้องวัด 2 ตำแหน่ง: เมื่อนำ L2 − L1 มาลบกัน end-correction e จะตัดออก ทำให้ค่า λ ที่ได้แม่นยำขึ้นมาก
เมื่อความถี่ของส้อมเสียงตรงกับ ความถี่ธรรมชาติ ของหลอดอากาศ (resonant frequency) คลื่นที่สะท้อนกลับมาจะ เสริมกัน (constructive interference) อย่างต่อเนื่อง พลังงานสะสมในหลอดสูงขึ้น แอมพลิจูดของอากาศที่ปากหลอดเพิ่มขึ้นมาก → หูได้ยินเสียงดังขึ้น
ในทางตรงกันข้าม ถ้าความยาวหลอดไม่ตรงกับ (2n−1)λ/4 คลื่นที่สะท้อนกลับมาจะ หักล้าง กับคลื่นตกกระทบ → เสียงเบา
กราฟ Loudness vs L: เห็นยอดสูงเป็นช่วงสม่ำเสมอทุก ๆ λ/2 — นี่คือสัญญาณบอกว่าระยะระหว่างยอด = λ/2